การถ่ายภาพแบบ Silhouette คืออะไร

Silhouette The Dank Photo Man
10 Apr

การถ่ายภาพแบบ Silhouette คืออะไร

การถ่ายภาพแบบนี้ล้วนมีความแตกต่างอย่างชัดเจนทั้งในเรื่องของความสว่างและความมืดในภาพเดียวกัน โดยรูปร่างของตัวแบบในภาพต้องเป็นสีดำซึ่งตัดกับฉากหลังซึ่งเป็นแสงสว่าง ทำให้ภาพเกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มเสน่ห์รวมทั้งความน่าค้นหาลงไปในภาพอีกด้วย วันนี้เราจึงมีคำแนะนำอย่างง่ายๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพ Silhouette ออกมาดูดีมากขึ้นกันค่ะ

เลือกรูปร่างของตัวแบบที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

ตัวแบบทุกชนิดสามารถสร้างภาพ Silhouette ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะออกมาสวยงามไปหมด เพราะฉะนั้นควรหาวัตถุที่มีรูปร่างเห็นได้อย่างชัดจะดีกว่า เนื่องจากภาพแบบ Silhouette ตัวแบบจะไม่สื่อทางด้านสีหรือรายละเอียดแบบเจาะลึก แต่จะให้เห็นเป็นแค่วัตถุมืดๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าหาวัตถุที่มีรูปร่างโดดเด่น ก็จะทำให้ภาพมีความน่าสนใจและน่าดึงดูดมากขึ้น

หาแสงให้เจอ

การถ่ายภาพแบบ Silhouette จริงๆ แล้วทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ต้องหาแสงซึ่งผ่านเข้ามาด้านหลังตัวแบบ อีกทั้งแสงจากฉากหน้าต้องสว่างน้อยกว่าฉากหลัง ปกติจะใช้แสงจากดวงอาทิตย์โดยเป็นแสงธรรมชาติที่หาเจอได้ง่าย รวมทั้งมีความสวยงามที่สุด ส่วนเวลาในการถ่าย คือช่วงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือตก นอกจากนี้ยังสามารถใช้แสงประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างก็ได้เช่นกัน

ปิดแฟลช

ถ้ากล้องอยู่ในโหมด Auto กล้องอาจสาดแฟลชออกมาเอง แล้วถ้ายิ่งถ่ายตอนแสงน้อย จะทำให้ตัวแบบสว่างจ้า จนกลายเป็นภาพถ่ายธรรมดา เพราะฉะนั้นก่อนถ่ายภาพควรปิดแฟลชก่อนทุกครั้ง

จัดองค์ประกอบของภาพ

สถานที่เหมาะแก่การถ่ายภาพแบบ Silhouette ต้องเป็นสถานที่เปิดโล่ง เช่น ชายหาด , ทุ่งหญ้า , ริมแม่น้ำ เป็นต้น เมื่อหาสถานที่และหาวัตถุ Silhouette ได้แล้ว ก็ถึงคราวจัดองค์ประกอบกันต่อ โดยให้ใช้ตัวแบบอยู่ฉากหน้า ส่วนท้องฟ้าเป็นฉากหลัง ถ้าให้ดีควรเป็นช่วงท้องฟ้าปลอดโปร่ง เพราะมันจะช่วยเพิ่มความสวยงามของภาพได้

ตัวแบบต้องมีความโดดเด่น

ถ้าต้องการถ่ายให้วัตถุหลายชนิดอยู่ในภาพเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงให้วัตถุแต่ล่ะชนิดอยู่ใกล้กันเกินไป หรืออย่าให้เงาของวัตถุเกิดความทับซ้อนกัน เช่น ถ้าในฉากประกอบไปด้วยคนหรือต้นไม้ ควรให้คนยืนห่างต้นไม้ หรือให้ยืนข้างๆ ต้นไม้ก็ได้ อย่าให้คนยืนอยู่หน้าต้นไม้ เนื่องจากเงาของคนกับต้นไม้จะซ้อนทับกัน ซึ่งทำให้ผู้ชมเกิดความสับสน สรุปแล้วถ้าจะถ่ายเน้นเฉพาะตัวบุคคลต้องให้ผู้ชม สามารถจดจำภาพนั้นได้อย่างไม่สับสน โดยการใช้โครงร่างของใบหน้าของมนุษย์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น จมูก ปาก แก้ม